แนะนำหนังสือดีดีที่น่าอ่านครับ วิชา “ความคิด” ที่คุ้มค่าหน่วยกิตที่สุดในโลก เขียนโดย Tina Seelig ผู้เขียนหนังสือ “น่าจะรู้อย่างนี้ตั้งแต่ตอนอายุ 20” หนังสือเล่มนี้เกริ่นนำไว้อย่างน่าสนใจว่า “ในทุกๆแวดวงคนที่ประสบความสำเร็จล้วนแต่เป็นนักคิดสร้างสรรค์ทั้งสิ้น …แต่ในโรงเรียนกลับแทบไม่เคยสอนการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์หรือแทบไม่มองว่ามันเป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้กันได้ด้วยซ้ำ” เปรียบเทียบ “วิธีคิดเชิงวิทยาศาสตร์” กับ “วิธีคิดเชิงสร้างสรรค์” ได้อย่างชัดเจนว่า “คุณสามารถค้นพบ สิ่งต่างๆได้ด้วยวิธ๊คิดเชิงวิทยาศาสตร์ แต่หากคุณต้องการคิดค้น สิ่งใหม่ ๆ นั้นย่อมต้องใช้วิธีคิดเชิงสร้างสรรค์” การทลายกรอบความคิดด้วยคำถามว่า “ทำไม” เช่น
Category: Blog
(บทความนี้ตีพิมพ์ในคอลัมน์ “Life is Learning” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ 23/11/2557) ในชีวิตของทุกคนไม่ว่าผู้ใหญ่ หรือเด็ก ล้วนแต่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาต่างต่างนานา ไม่ว่าจะเล็กหรือว่าใหญ่ เพียงแต่ใครจะมองว่าสิ่งนั้นเป็นอุปสรรคที่ขวางกั้น หรือเป็นสิ่งนั้นเป็นความท้าทายที่ทำให้เราเติบโตทางปัญญา แท้ที่จริงแล้วประเภทของปัญหา สามารถจำแนกได้ 2 ประเภท Standard Problem คือ ความแตกต่างระหว่าง “สิ่งที่เป็นอยู่” กับ “สิ่งที่ควรจะเป็น” Challenge
(บทความนี้ตีพิมพ์ในคอลัมน์ “Life is Learning” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ 23/11/2557) ในชีวิตของทุกคนไม่ว่าผู้ใหญ่ หรือเด็ก ล้วนแต่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาต่างต่างนานา ไม่ว่าจะเล็กหรือว่าใหญ่ เพียงแต่ใครจะมองว่าสิ่งนั้นเป็นอุปสรรคที่ขวางกั้น หรือเป็นสิ่งนั้นเป็นความท้าทายที่ทำให้เราเติบโตทางปัญญา แท้ที่จริงแล้วประเภทของปัญหา สามารถจำแนกได้ 2 ประเภท Standard Problem คือ ความแตกต่างระหว่าง “สิ่งที่เป็นอยู่” กับ “สิ่งที่ควรจะเป็น” Challenge
เมื่อวานเย็นเรียกรถ TAXI จากร้านกลับบ้าน รถค่อนข้างติดเหมือนกันบนเส้นราชพฤกษ์ ได้คุยกับคนขับมีทั้งเรื่องมีสาระ และเรื่องมีขำขัน มาเล่าสู่กันฟัง เริ่มที่เรื่องขำขันกันก่อน พี่คนขับ TAXI บอกว่า เนี่ยศุกร์กลางเดือนรถไม่ติดเท่าไหร่หรอก กลับบ้านกินมาม่ากันหมด ต้นเดือนเที่ยวกินราเมง ถ่ายรูปลง Facebook กันจัง พอกลางเดือนเงินหมดกินมาม่าอยู่ห้องเสือกไม่ถ่ายรูปลง Facebook บ้าง ก็เลยชวนคุยต่อว่าต้นเดือน กลางเดือน ปลายเดือนมีผลไหมต่อรายได้ค่า TAXI พี่คนขับบอกว่าคนอื่นผมไม่รู้หรอกนะ
ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้ไปบรรยายหลักสูตร “Heart of Analytical Thinking skills – HATs) ให้กับครูผู้บริหารโรงเรียน และบุคลากรผู้สอน ของ โรงเรียนหินกอง (พิบูลอนุสรณ์) จ.สระบุรี และโรงเรียนบ้านเขาแดง (ราษฎร์อุปถัมภ์) จ.สงขลา ภายใต้การสนับสนุนจาก ปตท. ในชื่อโครงการ “โรงเรียนพลังไทย” เพื่อพัฒนาแลกเปลี่ยนทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2557 ผู้เขียนได้ไปร่วมงานสัมมนา “Super Corporate Power สร้างพลังเพื่อองค์กรที่แข็งแกร่ง” ที่จัดโดย ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ นานมีบุ๊คส์ ก่อนเริ่มงานสัมมนาผู้เขียนได้แวะเลือกซื้อหนังสือที่บูธของนานมีบุ๊คส์ หนึ่งในหนังสือเล่มหนึ่งที่เลือกมาวันนั้น และอยากจะหยิบมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ คือ หนังสือที่ชื่อว่า “คุยกับลูกด้วยวิธีชี้แนะดีกว่า Coaching Conversation” น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่ทำหน้าที่วิทยากร และที่ปรึกษาอย่างผม ที่หนังสือเล่มนี้ได้นำเสนอมุมมองในการนำทักษะการ Coaching
(บทความนี้ตีพิมพ์ในคอลัมน์ “Life is Learning” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ 03/08/2557) ผู้เขียนเชื่อว่าทุกคนมีฝันของตัวเอง ไม่ว่าฝันนั้นจะเล็กหรือฝันนั้นจะใหญ่ แต่จะทำอย่างไรเพื่อไปให้ถึงฝันนั้น วันนี้ผู้เขียนอยากจะนำเสนอแนวคิด “Looking Backward then Moving Forward” ซึ่งเป็นแนวคิดที่จะช่วยพาเราไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตการงาน หรือ ชีวิตส่วนตัว เริ่มต้นก่อนที่จะทำสิ่งใดนั้น การที่เราจะบรรลุเป้าหมายที่เราต้องการได้ จะต้องเริ่มต้นจากคำถามว่า “แท้ที่จริงแล้ว อะไร
(บทความนี้ตีพิมพ์ในคอลัมน์ “Life is Learning” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ 13/07/2557) “Please listen carefully and try to hear what i am not saying” – Charles Finn สุ-จิ-ปุ-ลิ ทักษะการฟัง คือ

(บทความนี้ตีพิมพ์ในคอลัมน์ “Life is Learning” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ 08/06/2557) “ครูที่ดี จุดประกาย ความใฝ่รู้ ให้เด็กสู้ สร้างสรรค์สิ่งปราถนา ครูไม่ดี ยึดอัตตา ตนเป็นใหญ่ กดเด็กไว้ ด้วยความรู้ ในกะลา” บทกลอนข้างต้นเป็นบทกลอนที่ผู้เขียนแต่งขึ้นเองจากประสบการณ์ที่ได้ไปเป็นคุณครูที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ต้องยอมรับกันว่า ความสำคัญของอาชีพครูที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่พิมพ์ของชาติ ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาประเทศ แต่กลับไม่ได้รับการเหลียวแลให้ความสำคัญจากรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใด อาชีพครูนับว่าได้เงินเดือนน้อยมาก เมื่อเทียบกับอาชีพอื่น
(บทความนี้ตีพิมพ์ในคอลัมน์ “Life is Learning” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ 11/05/2557) ในท่ามกลางวิกฤติปัญหาบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน มีผู้ใหญ่หลายท่านได้แนะให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน เพื่อพูดคุยหาทางออกของปัญหา ด้วยวิธีการสุนทรียสนทนา (Dialogue) จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่เคยเข้าร่วมวง Dialogue ก็ได้เรียนรู้มุมมองที่เป็นประโยชน์หลายประเด็นสำคัญ ๆ ดังนี้ 1. “สุนทรียสนทนา” (Dialogue) ไม่ใช่ยาวิเศษ ที่จะสามารถนำใช้ในการแก้ปัญหาใดก็ได้ในทันที แต่ Dialogue คือ